วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

DIY : ประตูบวม ประตูปิดไม่ได้


วันนี้( 4  มิ.ย. 55 ) เป็นวันวิสาขบูชา ตื่นแต่เช้าเลยครับ พอถวายพวงมาลัยดอกไม้พระพุทธที่บ้าน ก็เลยสวดมนต์ รู้สึกสดชื่นสบายๆ อย่างว่าหล่ะครับ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ...
หลังจากเสร็จสิ้นอาหารมื้อเช้า ไปหางานทำดีกว่า หาได้จากไหน ก็จากที่นี่ครับ ลูกสาวแม่ยายผมเค้าจะขึ้นกระดานไว้ว่ามีงานอะไรที่จะต้องทำ
 ที่กระดานตอนนี้มี สวิทช์ไฟปลั๊กพ่วงห้องแมว , ก๊อกน้ำระเบียงและประตูระเบียงบวม
ทำประตูระเบียงก่อนแล้วกันผมตัดสินใจเลือก
ไหน...ไปดูสภาพประตูระเบียงหน่อย
 ลองปิดประตูดู...เออ มันปิดไม่ได้ ต้องรีบทำ เพราะเข้าหน้าฝนแล้ว เดี๋ยวฝนสาดเข้ามาเจ้าเหมียวๆ จะเล่นน้ำกันสนุกสนาน แต่ละตัวแสบๆทั้งนั้น (แมวๆ)
 ไปเตรียมเครื่องมือก่อน มี เครื่องเจียมือถือบางคนเรียกลูกหนู
 กระดาษทรายที่ใช้กับลูกหนู มีหลายแบบหลายขนาด เลือกเอาตามใจชอบครับ
 พลิกให้ดูอีกด้านของกระดาษทรายที่ใช้กับลูกหนู
 เครื่องมืออื่นตามรูปครับ
 สุดท้าย
 เริ่มงานด้วยการใช้ค้อนตีเข้าไปที่สันประตูตามรูป
 ประตูมันพุไม่เข้ารูปเดิมแล้ว เอ...ทำไงดีหว่า
 “เอางี้ แก้ปัญหาแบบให้มันใช้ได้ไปก่อน ยังไม่ต้องเสียเงินซื้อบานประตูใหม่ เพราะส่วนอื่นๆยังใช้งานได้ตามปกติ
 “ความสูงของไม้ขอบด้านล่าง ประมาณ 10 ซ.ม. ส่วนความยาวที่เราต้องใช้ประมาณ 30 40 ซ.ม.
 “ทำแบบนี้ก็แล้วกันตัดสินใจ
หาไม้ขนาดกว้างประมาณ 10 ซ.ม. ยาวประมาณ 40 ซ.ม. มาตีทับตำแหน่งที่มันพุ
ว่าแล้วไปเอาไม้บัว ที่ถอดออกมา หลังจากน้ำท่วม ซึ่งก็ไม่ได้ใช้งานอะไร
 ความกว้างประมาณ 10 ซ.ม. พอดี ส่วนความยาวนั้นยาวเกิน 40 ซ.ม. อยู่แล้ว
 พอวัดความยาว 40 ซ.ม. เราก็เตรียมตัดตามเส้นที่ขีดด้วยดินสอ
 เรียบร้อย
 10 x 40 ซ.ม. พลิกให้ดูหน่อย มันคือไม้บัวจริง จริ๊ง
 จากนั้นขึ้นไปจัดการประตูระเบียงเริ่มต้อนด้วยการถอดตัวยึดบานประตูก่อน
 เรียบร้อย
 เอาไม้มาตอกตะปูทั้ง 4 มุมเลยครับ ตอกให้พออยู่ ยังไม่ต้องตอกให้มันทะลุนะครับ
ในรูปเป็นตะปูตอกคอนกรีต พอดีในบ้านไม่มีตะปูตอกไม้ขนาดนี้ ...ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
 ว่าแล้วก็เอามันไปทาบตำแหน่งที่จะใช้งาน
 จัดการเจ้าตัวแรกก่อน
 ตามด้วยตัวที่สองของอีกฝั่ง
 จากนั้นก็ไล่ตอกตะปูที่เหลือให้หมด
 เข้าไปในบ้านครับ เอื้อมมือไปดึงประตูเข้ามาปิดซะ แล้วใช้ดินสอขีดตามรูป
 เราจะเห็นส่วนที่เกินออกมา นั่นหล่ะส่วนที่ทำให้ประตูปิดไม่ได้หรือประตูมันบวม เพราะอยู่ตากแดดตากฝนมานาน
 เตรียมเอาเครื่องเจียมา จับมันหงายท้อง
 ไหน...ดูใกล้ๆหน่อยดิ
 เอากระดาษทรายใส่ลงไปครับ
 จากนั้นเอาแหวนซึ่งจะเป็นตัวล็อกกระดาษทราย แหวนนี้จะเป็นชิ้นส่วนของเครื่องเจียนะครับ
 แล้วเอาประแจ ซึ่งก็มีมาพร้อมกับเครื่องเจีย
 ขันให้แน่นๆ
 ได้เวลาทำงานใหญ่แล้ว...อย่าลืมใส่ผ้ากรองอากาศที่จมูกนะครับ
 เพราะฝุ่นเยอะมากๆ
 “คุณโดเรมอน เปื้อนฝุ่น เต็มไปหมด
 ค่อยๆทำนะครับ พื้นที่ของงาน ก็เป็นส่วนเกินที่เราขีดเส้นดินสอเอาไว้ ขัดๆถูๆ ด้านสัน ของประตูทำจนกว่าเส้นจะหายไป หรือจนกว่าประตูจะปิดได้

เรียบร้อย
เสร็จแล้วครับ
= ^-^ =

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เที่ยว : เขื่อนขุนด่านปราการชล


ช่วงนี้ฝนตกติดๆกันมา 2 3 วันแล้ว บางวันตกตอนสายๆ บางวันตกตอนเย็นๆ แต่ก็ดีครับ อากาศมันร้อนมาหลายวันแล้ว พอเจอฝนตกแทบอยากจะออกไปเล่นน้ำฝน เหมือนตอนสมัยเด็กๆจัง
ส่วนเช้าวันนี้ ยังไม่มีวี่แววของฝน แต่ต้องออกไปข้างนอกเอาเจ้าบุญชู (MARCH) เข้าศูนย์ฯ นิสสันหน่อย แบบว่าเวลาวิ่ง 80 ขึ้น มีเสียงดังในห้องโดยสารมันดังจัง
สวัสดีครับ ผมเอารถมาให้ตรวจสอบหน่อยครับ
สวัสดีครับ เชิญทางนี้เลยครับ
รถเป็นอะไรครับ
.............
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวช่างจะเช็คให้ครับ เออ...พี่ขับลองดูครับ ช่างจะนั่งไปด้วย
หลังจากลองขับให้ช่างนั่งไปด้วย ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ก็ขับกลับมาที่ศูนย์ฯ
เชิญพี่นั่งรอที่ห้องรับรองได้เลยครับ
ขอบคุณครับ
ระหว่างเดินไปที่ห้องรับรอง ผมก็เปิดตู้เย็นที่มีไว้บริการลูกค้า หยิบโค้กติดมือมา 1 กระป๋อง
เดี๋ยวเสร็จแล้ว เราไปเที่ยวกันปล่ะ
ไปไหนหล่ะลูกสาวแม่ยาย จอมสงสัย
น้ำตกมวกเหล็ก น้ำตกเจ็ดสาวน้อยหรือเขื่อนขุนด่าน
ที่บอกมานี่ อยู่ที่ไหน
น้ำตกมวกเหล็กกะน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนี่อยู่สระบุรี ส่วนเขื่อนขุนด่านนี่อยู่นครนายก
แล้วแต่ป๋า
ไปไหนดีหว่า....
เวลาผ่านไปไม่นานนัก
พี่ครับ เสร็จแล้วครับ
อ้าว..เร็วจัง มันเป็นอะไรหรอครับ
ลูกปืนล้อหลังครับ จัดการเปลี่ยนให้ใหม่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายครับ
ขอบคุณครับ
หลังจากนั้นเราก็ขับออกจากศูนย์ฯ เข้าเส้นลำลูกกา เข้าคลอง 7 ทะลุมาเส้นรังสิต-นครนายก ไปเรื่อยๆ พอเข้านครนายกถึงทางแยกที่เลี้ยวขวาจะไปเขาใหญ่ เราก็ขับตรงไป ไปทางน้ำตกนางรอง-น้ำตกสาริกา

 “หิวยังผมถาม
หิว...
งั้นมองดูร้านข้างๆทางไว้นะ อยากกินร้านไหนก็บอก
แล้วเราก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน บ้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เลยต้องหาที่กลับรถ
 “กินอะไรหล่ะ
เอาบะหมี่ต้มยำบ้านก๋วยเตี๋ยวลูกสาวแม่ยายสั่ง
สองชามครับแบบไม่ต้องคิดมาก
เครื่องดื่มอะไรดีค่ะ
น้ำแข็งเปล่าครับ
เรานั่งชมบรรยากาศในร้านได้แป๊บเดียว บะหมี่ต้มยำบ้านก๋วยเตี๋ยวก็มา
 เสร็จมื้อกลางวัน เราออกเดินทางกันต่อ
 ไม่ต้องกลัวหลงครับ เพราะมีป้ายบอก ว่าแต่ว่าดูท้องฟ้าตอนนี้..
 ร่มรื่นดีจัง
 จวนถึงที่หมายแล้วครับ ขับไปซักพักจะถึงจุดทางทึ่ขับขึ้นเขื่อน
 ขับขึ้นไปด้วยความระมัดระวัง ก็ถึงจุดหมาย
 หาที่จอดรถได้แบบสบายๆ
 นั่นไง..คุณเธอไม่รอช้า หาที่ถ่ายรูป
 จ๊าก..โดนแอบถ่าย...เดี๋ยวฟ้อง...แม่...นะโว้ย!
ช่วงเวลาที่เรามาถึง โชคดีครับ ที่ท้องฟ้าครึ้มๆ ไม่มีแดด อากาศเย็นสบาย

 ด้านล่างมีเรือจอดอยู่หลายลำ น้ำในเขื่อนมีน้อยจัง
 ด้านหลังมีลานจอดรถและห้องน้ำไว้บริการ
 ลานจอดรถกว้างมาก
 ที่สำคัญมีรถนำเที่ยววิ่งบนสันเขื่อนด้วย
 นี่ไงครับ รูปร่างหน้าตารถนำเที่ยว
 ค่าโดยสารคนละ 20 บาท
 รอผู้โดยสารครบ........
 ไป....ไป.....

 ด้านหลังของเขื่อนจะเป็นที่ทำการของรัฐและเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง

 มีลานจอด ฮ.
 อีกด้านจะเป็นส่วนที่เก็บกักน้ำ


 ลืมบอกไป พอรถนำเที่ยวออกจากจุดเริ่มต้นจะมีเจ้าหน้าที่บนรถคอยประชาสัมพันธ์ถึงประวัติ ความเป็นมา สิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ และน่าติดตามมากครับ
 พอใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดสันเขื่อนและกำลังจะกลับรถ
 “ทางเรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจเสียงเจ้าหน้าที่ประกาศ
“……..”
ถ้าใครต้องการเดินกลับ เราจะลดค่าโดยสารให้ครึ่งนึง
“…..”
ไม่มีใครสนใจเลยหรอค่ะ
โอ้โห...เดินกลับเนี่ยะนะผมนึกในใจ
โชเฟอร์  ออกรถเลยค่ะ...
 “ที่เห็นเรืออยู่ริบๆโน่น....เป็นเรือนักท่องเที่ยวนะคะ ท่านสามารถเช่าเรือ ชมวิว ตกปลาได้ หรือจะเข้าไปเที่ยวน้ำตกเหวนรกก็ได้
น้ำตกเหวนรกเขาใหญ่หรอครับ”  มีคนบนรถสนใจถาม
ถูกต้องคะ  ท่านนั่งเรือจากที่นี่เพียงสามชั่วโมง เดินเท้าอีกแค่เจ็ดชั่วโมง ท่านก็จะได้ชื่นชมและลงเล่นน้ำแบบสบายๆ ที่น้ำตกค่ะ
โห...
ใครมันจะไปวะเนี่ยะคิดอยู่ในใจ
 “และเรือทุกลำที่เห็นอยู่ในเขื่อนนี้ จะมีแต่ผู้ชายเท่านั้นนะคะ ที่ใช้บริการ
ทำไม...ทำไม...ผมไม่เฉลย....ไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชลเลยครับ แล้วจะทราบคำตอบ 5555
 มีความสุขกับการมีชีวิต......
=^-^=